โรคตับอักเสบเอเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ (hepatitis A virus) ซึ่งสามารถทำให้เกิดการอักเสบของตับ ไวรัสตับอักเสบเอพบได้ในอุจจาระและเลือดของผู้ที่เป็นโรค โดยความรุนแรงของโรคนั้นเป็นได้ตั้งแต่รุนแรงน้อยจนถึงรุนแรงมาก โรคตับอักเสบเอแพร่กระจายได้ระหว่างบุคคลจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบเอปนเปื้อนเข้าไป นอกจากนั้นอาจเกิดจากการสัมผัสโดยตรงซึ่งเกิดได้ไม่บ่อย ถึงแม้ว่าโรคไวรัสตับอักเสบเอจะไม่ใช่โรคที่รุนแรงหรือโรคเรื้อรังแต่ก็เป็นโรคที่ติดต่อกันได้ง่ายจากการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไปโดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในครอบครัวเดียวกัน
ผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบจะมีอาการอย่างไร
หลังจากติดเชื้อไวรัสนี้แล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีอาการหรืออาการแสดงของโรค โดยผู้ใหญ่มีโอกาสแสดงอาการมากกว่าเด็ก อาการที่สำคัญ ได้แก่ อาการไข้ เหนื่อย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ปัสสาวะเป็นสีเข้ม และตัวเหลืองตาเหลือง ซึ่งอาการมักเริ่มแสดง 2-7 สัปดาห์หลังได้รับเชื้อ และปกติจะมีอาการนานไม่เกิน 2 เดือน แต่ในบางรายอาจมีอาการได้นานถึง 6 เดือน
ใครควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอ
เด็กและวัยรุ่น:
• เด็กทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป
ผู้ใหญ่:
- บุคคลที่เดินทางไปยังประเทศที่มีอุบัติการณ์ของโรคสูง
- บุคคลที่มีเพศสัมพันธ์แบบรักร่วมเพศ
- บุคคลที่ติดยาเสพติด
- บุคคลที่ป่วยโรคตับอักเสบเรื้อรัง เช่น โรคไวรัสตับอักเสบบีหรือซี
- บุคคลที่เป็นโรคการแข็งตัวของเลือดผิดปกติหรือต้องได้รับการถ่ายเลือดเป็นประจำ
- บุคคลที่ใกล้ชิดสัมผัสกับผู้ป่วยหรือทำงานในโรงพยาบาลหรือห้องปฏิบัติการ
วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอมีวิธีการฉีดอย่างไร
- ปกติแล้ววัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอจะฉีดเข้าทางกล้ามเนื้อบริเวณต้นแขนหรือต้นขา ทั้งหมด 2 เข็ม ดังตาราง
เข็มที่ 1
|
เข็มที่ 2
|
เข็มแรกเริ่มต้นนับเป็นเดือนที่ 0
|
อย่างน้อย6 เดือน หลังจากเข็มแรก
|
- วัคซีนตับอักเสบเอที่มีจำหน่ายในปัจจุบันมีทั้งชนิดวัคซีนเดี่ยวและวัคซีนชนิดที่รวมกับวัคซีนตับอักเสบบี โดยวัคซีนชนิดรวมนี้จะให้ในบุคคลที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และฉีดทั้งหมดสามเข็ม โดยวัคซีนเข็มที่สองและสามฉีดห่างจากเข็มแรก 1 เดือนและ 6 เดือน ตามลำดับ
- มากกว่าร้อยละ 95 ของผู้ที่ได้รับวัคซีนมีระดับภูมิคุ้มกันสามารถป้องกันโรคภายใน 2-4 สัปดาห์หลังจากได้รับวัคซีนเข็มแรก และจะคงอยู่ไปตลอดหลังจากได้วัคซีนเข็มที่สอง
ผู้ป่วยสามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอคนละยี่ห้อได้หรือไม่ระหว่างเข็มแรกและเข็มสอง
ควรเลือกฉีดยี่ห้อเดียวกัน แต่หากไม่สามารถจำได้ว่าเข็มแรกได้รับยี่ห้อไหน ก็สามารถฉีดวัคซีนเข็มที่สองเป็นชนิดที่สามารถหาได้เลยโดยไม่มีความจำเป็นต้องให้วัคซีนเพิ่มหรือเริ่มฉีดเข็มแรกใหม่
ควรทำอย่างไรหากไม่สามารถมาฉีดวัคซีนตามกำหนดนัด
หากผู้ป่วยไม่สามารถมารับการฉีดวัคซีนได้ตามเวลานัด โดยมาช้ากว่ากำหนด ผู้ป่วยสามารถฉีดวัคซีนเข็มต่อไปได้เลยโดยไม่มีความจำเป็นต้องให้วัคซีนเพิ่มหรือเริ่มฉีดเข็มแรกใหม่
ข้อควรระวัง
ใครไม่ควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอหรือควรชะลอไว้ก่อน
- ผู้ที่มีอาการแพ้วัคซีนโรคตับอักเสบเอหลังจากฉีดเข็มแรก (เช่น มีอาการไข้สูง หายใจลำบาก ผื่นลมพิษ อ่อนเพลีย หัวใจเต้นเร็ว) ไม่ควรได้รับการฉีดวัคซีนตับอักเสบเอเข็มที่สอง
- ผู้ที่มีอาการป่วยปานกลางหรือป่วยมากควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อนจนกว่าจะหายเป็นปกติ
อาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดจากวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอมีอะไรบ้าง
อาการที่พบหลังฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอส่วนใหญ่ ได้แก่ อาการปวดบวมบริเวณที่ฉีดยา ซึ่งอาการดังกล่าวสามารถหายได้เอง นอกจากนี้อาจมีอาการทั่วไปอื่นๆ ที่ไม่รุนแรง ได้แก่ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย มีไข้ ซึ่งมักเริ่มมีอาการ 3-4 ชั่วโมงหลังฉีด และอาการจะหายไปภายใน 24 ชั่วโมง สำหรับอาการแพ้ที่รุนแรงนั้นพบได้น้อยมาก
อันตรกิริยาระหว่างยา (ผลต่อยาอื่น)
ยาบางตัวอาจมีผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอ เช่น ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่รับประทานยาในกลุ่มนี้หรือกลุ่มอื่นๆ อยู่ ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อนที่จะรับการฉีดวัคซีนตับอักเสบเอ เพื่อป้องกันการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาดังกล่าวกับวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอ
วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอสามารถให้พร้อมกับวัคซีนชนิดอื่นได้ เช่น วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี (hepatitis B vaccine) วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ (diphtheria vaccine) วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ (polio vaccine) วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก (tetanus vaccine) วัคซีนป้องกันโรคไข้ไทฟอยด์ (typhoid vaccine) วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค (cholera vaccine) วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอี (Japanese encephalitis vaccine) วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (rabies vaccine) และวัคซีนป้องกันไข้เหลือง (yellow fever vaccines)
เอกสารอ้างอิง
- World Health Organization’s Media Centre. Hepatitis A: fact sheets. Geneva, Switzerland: World Health Organization; 2021 July. Fact sheet No. 328.
- Centers for Disease Control and Prevention. Hepatitis A. Available from: https://www.cdc.gov/hepatitis/hav/ [Accessed 1 November 2021].
- Full prescribing information for Havrix. Research Triangle Park, NC: GlaxoSmithKline group of companies (US); 2018 Dec. Document No.: HVX: 44PI.
รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
แก้ไขล่าสุด: 20 มีนาคม 2568